บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์ > Equity Play of the day: (20 /8/ 2019) “Domestic Play” Top Pick: INTUCH, KAMART, SAPPE


Equity Play of the day: (20 /8/ 2019) “Domestic Play”  Top Pick: INTUCH, KAMART, SAPPE

Equity Daily Outlook
: คาดตลาด ขึ้นต้าน 1649/1655จุด รับ 1631/1623จุด ความกังวลต่อการที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสูงขึ้น ล่าสุด US Bond Yield 10 ปี และ 30 ปี ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ 1.59% และ 2.07% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่า US Bond Yield ระยะ 2 ปี ที่ 1.53% ผสานกับตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อมาตรการทางการคลัง ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจหลายประเทศ นำโดย 1)สหรัฐฯเตรียมหารือมาตรการปรับลดภาษีเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายใน 2)จีนประกาศใช้แผนการปรับปรุงและปฏิรูปกลไกในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ loan prime rate (LPR) เพื่อทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทเอกชนปรับตัวลดลง 3)เยอรมนีเตรียมใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 5 หมื่นล้านยูโร และ 4)ไทยเตรียมนำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภาวะภัยแล้ง มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย วงเงินรวม 3.1 แสนล้านบาท เข้าครม.หลักวันนี้ สะท้อนเศรษฐกิจโลกยังได้แรงหนุนจากมาตรการผ่อนคลาย และสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นเข้ามาช่วยพยุงไว้ โดยเฉพาะไทยที่เติบโตจากภายในอย่างต่อเนื่อง โดย GDP 2Q19 รายงานออกมาที่ 2.3% In-Line กับที่ Nomura และ Consensus คาดการณ์ แม้จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ 2.8% เนื่องจากภาคการส่งออกอ่อนตัว แต่จะเห็นได้ชัดว่าการบริโภคโดยรวมยังคงเติบโต 4.4% สูงกว่า GDP สะท้อนเศรษฐกิจภายในยังมีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องและโตดีกว่า GDP 5ไตรมาสติด สะท้อนให้เห็นในผลประกอบการหุ้นไทยประเทศยังขยายตัว นอกจากนี้ Nomura ยังคง GDP 2019 ที่ระดับ 3.0% เนื่องจากประเมินเศรษฐกิจในช่วง 2H19 จะฟื้นตัว จากฐานที่ต่ำ ขณะที่มาตรการภาครัฐฯก้อนใหญ่นี้อาจทำให้ประมาณการณ์ Nomura มี Upside Risk ได้ เป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาดหุ้นไทย

 

Daily Strategy :  ถือหุ้น 82.5% แนะนำ Domestic Play”

  1. Property : ผ่อนปรน LTV หนุนกลุ่มตลาดกลาง-ล่าง PSH, SPALI, AP เด่น
  2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1. บรรเทาช่วยเหลือเกษตรกรและชาวไร่ วงเงินรวม 2.10แสนล้านบาท และ 2.ดูแลปรับเพิ่มสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และ 3.กระตุ้นการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองใช้เงิน 15,000 ล้านบาท และยังเตรียมต่ออายุวีซ่าด่านตรวจคนเข้าเมือง Visa On arrival (VOA) และยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวจีน อินเดีย บวกต่อกลุ่มการบริโภค(CPALL, BJC, GLOBAL, DOHOME, SABINA, KAMART) และกลุ่มท่องเที่ยว/โรงพยาบาล(AOT, MINT, ERW, BH)
  3. หุ้นที่ถูก Short Sell มากที่สุดตั้งแต่ปรับฐาน 26 กค 2019 ปัจจุบัน แนะนำหุ้นพื้นฐานดี ที่ลงแรงกว่าตลาดเก็ง แรงซื้อกลับของสถาบันไทย-ต่างประเทศ หนุน Cover Short ได้แก่ KBANK, PTT, PTTGC, SCB, BBL, TOP, BH, IRPC, TASCO
  4. การลดดอกเบี้ย -0.25% ของไทย และมีโอกาสลดอีกครั้ง -0.25% ในเดือน กย 2019เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น และกลุ่มที่ได้อานิสงค์บวก ได้แก่ 1) Consumer Finance: SAWAD,  AMANAH, JMART 2) High Yield: ADVANC, INTUCH, KKP 3) Property: AP, SPALI 4) ส่งออกอาหาร : CPF, TU(cover short) 5) ท่องเที่ยว MINT, AOT, ERW 6) นิคม AMATA, WHA 7) โรงไฟฟ้า เน้นตัวที่ FTSE เพิ่มน้ำหนัก BGRIM 8) การบริโภค CPALL, KAMART, ICHI, ZEN

 

2019F Strategy : Wind of Change       

  • 2H19 Best Picks :  ROBINS, CPF, CPALL, MINT, SCB, AMATA, WHA, STEC, PYLON, TASCO, KAMART