Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Policy Watch: October FOMC Recap

30 ตุลาคม 58

แถลงการณ์ของ FOMC  หลังการประชุมเมื่อ 28.ค. น่าประหลาดใจ  เพราะมีลักษณะเอียงไปทางเข้มงวด
(hawkish) ทำให้โอกาสเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. มีมากขึ้นจาก 35% เป็น 40%  อย่างไรก็ดี
Nomura ยังคงเห็นว่าดอกเบี้ยน่าจะขึ้นในเดือน มีนาคม 2016  มากกว่า ด้วยโอกาส 45% (จากเดิม
40%)   เพราะยังสงสัยว่าข้อมูลต่างๆจะแข็งแกร่งพอที่จะทำให้คณะกรรมการ เริ่มขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.
ได้หรือไม่

CNS (IRIS) ได้แปลรายงานของ Nomura เรื่อง “Policy Watch –October FOMC Recap (28 October 2015)”
ที่นำการเขียนโดย 
Lewis Alexander หัวหน้านักเศรษฐศาตร์ของ Nomura ใน US   ดังนี้

 

Today’s statement

แถลงการณ์ของ FOMC  หลังการประชุมเมื่อ 28.ค. น่าประหลาดใจเล็กน้อย  เพราะมีลักษณะเอียงไปทางเข้มงวด
(hawkish) ใน 3 เรื่อง คือ

 

ประการแรก : FOMC ประเมินเศรษฐกิจในเชิงบวก    Nomura คาดว่า GDP Q3  ( รายงานรอบแรก ที่จะเผยแพร่
29 ต.ค.)  คงขยายตัวแค่ 1.5% saar  หลังจากที่เติบโตเกือบ 4% ใน Q2  แต่กระนั้น FOMC ยังคงกล่าวว่ากิจกรรม
ทางเศรษฐกิจขยายตัวปานกลาง
  (moderate pace)    คณะกรรมการได้ปรับลดการประเมินทางด้านตลาดแรงงาน 
โดยระบุว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้นช้าลง อัตราการว่างงานทรงตัว
( ในเดือน ก.ย. แถลงการณ์ใช้คำว่า ลดลง”  (declining) )
การใช้จ่ายของครัวเรือนและการลงทุนของภาคธุรกิจขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง (solid rates)  ลักษณะการลงทุนของ
ภาคธุรกิจน่าประหลาดใจ
   การส่มอบ      (shipments) และคำสั่งซื้อ (order)  สินค้าทุนเร่งตัวขึ้นในเดือน ก.ค. และ
เริ่มสะดุด
  โดยรวมแล้ว การประเมินภาพเศรษฐกิจดูเหมือนจะให้น้ำหนักไปทางบวก

 

ประการที่สอง : FOMC เปลี่ยนการเน้นในเรื่องปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเงินของโลก  กล่าวคือเมื่อเดือน ก.ย.  
FOMC กล่าวว่าปัจจัยดังกล่าว จำกัดกิจกรรมอยู่บ้าง” (restrain activity somewhat”  และ กดดันเงินเฟ้อในต่ำลง
(downward pressure)   แต่แถลงการณ์เมื่อ 28 ต.ค. FOMC พูดเพียงแต่ว่ากำลัง ติดตามดู (monitoring)” ปัจจัยเหล่านี้

 

ประการสุดท้าย :  คณะกรรมการมีการเปลี่ยนแปลงประโยคที่บรรยายถึงเงื่อนไขที่จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ในเดือนกันยายน ประโยคหลักที่อธิบายกฏเกณฑ์ (criteria) ซึ่งคณะกรรมการใช้เป็นตัวตัดสินว่าจะคงช่วงดอกเบี้ยนโยบาย
นานแค่ไหน
(how long to maintain) แถลงการณ์เมื่อ 28 ต.ค.15 ได้กล่าวถึงกฎเกณฑ์เดิม ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจว่า
จะปรับเพิ่มเป้าหมายดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคราวหน้า
(raise the target range at its next meeting)  และ
คณะกรรมการได้เน้นโดยชัดแจ้งว่า ใกล้การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และจะมีการอภิปรายเรื่องนี้กันในการประชุมเดือน ธ.ค.

 

Implications for policy

แถลงการณ์ของ FOMC แนะว่าคณะกรรมการมาถึงจุดที่ใกล้ที่จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยแล้ว บางทีอาจจะเร็วกว่าที่ Nomura คาด
เรื่องนี้ทำให้ Nomura มีการปรับคาดการณ์ ซึ่งแสดงใน Figure 1   โดยได้เพิ่มความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน
ธันวาคม
2015 และ มีนาคม 2016 และลดความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยหลังเดือน มีนาคม  2016

 

แม้กระนั้น  Nomura ยังคงเห็นว่าดอกเบี้ยน่าจะขึ้นในเดือน มีนาคม 2016  มากกว่าในเดือน ธันวาคม 2015  เพราะยัง
สงสัยว่าข้อมูลต่างๆจะแข็งแกร่งพอที่จะทำให้คณะกรรมการ เริ่มขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ได้หรือไม่

Upcoming data and policy

ดังที่ได้กล่าวไว้ตอนต้นว่า Nomura คาดว่ารายงาน GDP Q3 ครั้งที่ 1 ในวันที่ 29 ต.ค.  คงเติบโตแค่ 1.5% y-o-y
การลดการลงทุนในด้านสินค้าคงคลังน่าจะฉุด  GDP ถึง 1.6pp     Nomura คาดว่าอุปสงค์ขั้นสุดท้าย (final demand)
คงเติบโต 3.1% ใน Q3 แผ่วลงจากอัตรา 3.9% ใน Q2   การฉุดลงของสินค้าคงคลังจะไม่ใช่เรื่องถาวร    อาจจะเป็น
ไปได้ที่
FOMC จะเพ่งความสนใจเรื่องอุปสงค์ในประเทศ ว่าจะยืนหยัดได้ (resilience)  ดังนั้นจะคาดว่าเศรษฐกิจ
จะโตเร่งขึ้นใน
Q4   ค่ากลางของการคาดการณ์ของ FOMC สำหรับ GDP 2015  สะท้อนว่า GDP ควรเติบโต 2.0%
ในช่วงครึ่งหลังปี 2015   ถ้า Nomura คาดการณ์ถูกว่า GDP Q3 คงเติบโต 1.5% ก็แปลว่าควรเห็น GDP Q4 เพิ่มขึ้น
2.4% ถึงจะตรงกับการคาดการณ์ของ FOMC ดังกล่าว    กรรมการ FOMC หลายคนได้เน้นในการให้ความคิดเห็นเมื่อ
ไม่นานนี้ว่า การเติบโตที่สูงกว่าแนวโน้ม
(trend) เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ย   Dudley กล่าวเมื่อกลางเดือน
ต.ค. ว่า 
ถ้าผมเห็นแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อทรัพยากร  และมีความเชื่อว่าเศรษฐกิจจะยังขยายตัวเหนือแนวโน้ม  และ
อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง  ผมคาดว่าผมจะมีความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ว่าเงินเฟ้อกำลังจะกลับไป
สู่ระดับ
2% ในระยะกลาง


Source: Nomura , “Policy Watch: October FOMC Recap ( 28 October 2015)”

ถ้าการขยายตัวของ GDP ปรับตัวดีขึ้นใน Q4  เราก็ควรจะได้เห็นหลักฐาน (evidence) ในเรื่องนี้ในไม่ช้า    Figure 2
แสดงดัชนีแรงผลักดันรายเดือน 
(Monthly Momentum Indicator : MMI)    MMI พยายามสรุปภาพแนวโน้มของ
ดัชนีเศรษฐกิจต่างๆรายเดือน   ที่สอดคล้องกับการเติบโตของ
GDP   ในช่วง Q3   MMI แผ่วลงจาก 2.5% ใน
เดือนกรกฏาคม  เป็น  
1.7% ในเดือนกันยายน  (ทั้งนี้ MMI ไม่ได้พยายามจำลองบัญขี  GDP  (GDP accounting)
แต่จะจับภาพแนวโน้ม GDP จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ)

Nomura คาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ตุลาคม ซึ่งจะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้ารวมทั้ง ISM (manufacturing )
ISM (non-manufacturing )  และรายงานการจ้างงาน  ซึ่งทั้งหมดได้ถูกรวมอยู่ในดัชนี MMI ของ Nomura นั้น
ได้สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจเร่งตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือน ต
.

 

Upcoming Federal Reserve communication

แน่นอนว่า  Nomura อาจจะอ่านผิด (misreading) ในเรื่องข่าวสารที่ FOMC พยายามส่งออกมา หรือเรื่องการ
ตอบสนอง
(reaction function)     เป็นไปได้ว่าคณะกรรมการตั้งใจที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมคราวหน้าแม้ว่า
ตัวเลขเศรษฐกิจจะยังคงไม่สดใส    ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ  
 Nomura ก็คาดว่าอย่างน้อยจะได้เห็นการเสนอแนะ
เป็นนัยๆ จากรายงานการประชุมวันที่
28 ต.ค. ที่จะเผยแพร่วันที่ 18 พ.ย.   ยิ่งกว่านั้น   Nomura คาดว่ากรรมการ
FOMC  จะพูดถึงเรื่องนี้โดยชัดเจนเมื่อมีการพูดในที่สาธารณะต่างๆ  โดยเฉพาะจาก คุณ Yellen ประธาน Fed
ที่มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 2 ธ.ค. ( ดู  Figure 3 ซึ่งแสดงกำหนดเผยแพร่ตัวเลขเศรษฐกิจ และ
เหตุการณ์ของ
FOMC)

 

Post script

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านข้อตกลงที่เปลี่ยนแปลง เพดานรายจ่ายประจำ  (current spending cap)
ในลักษณะที่ว่าจะอนุญาตให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น US$80bn ในช่วง 2ปีข้างหน้า   ร่างกฎหมายจะยกเลิกชั่วคราวในด้าน
เพดานหนี้  ไปจนถึง มีนาคม
2017    คาดว่าวุฒิสภาจะเห็นชอบร่างกฏหมายนี้ในสัปดาห์หน้า

เรื่องนี้ทำให้ความคุกคาม  (threat) จากเรื่องเพดานหนี้จะหมดไปในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า แต่ประเด็นเรื่อง
การคลังจะไม่ได้หมดไปโดยสมบูรณ์  ร่างกฎหมายที่ผ่านนี้แค่เพียงยกเลิกเพดานการใช้จ่าย  แต่ไม่ได้ขยาย
อำนาจ (
authorization ) ในการใช้จ่ายไปหลังวันที่ 11 ธันวาคม   วุฒิสมาชิก Paul Ryan  ซึ่งน่าจะได้ดำรงตำแหน่ง
เลขาธิการสภาผู้แทนในช่วงปลายสัปดาห์นี้  งานแรกๆ ของเขาก็คือการขยายอำนาจการใช้จ่ายก่อน
11 ธันวาคม
เพราะถ้าเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น  รัฐบาลกลางจะเจอปัญหาการต้องหยุดให้บริการ
(shutdown of the Federal government)

 

ในการลงมติ พบว่า ส.ส.พรรค Republican จำนวน 167 คน จากทั้งหมด 247 คนโหวตไม่เห็นด้วย นาย Ryan
ได้กล่าวว่าเขาจะเคารพกฎที่เรียกว่า  “Hastert Rule”   ซึ่งหมายถึงว่าเลขาธิการฯ จะไม่นำร่างกฎหมายเข้าสู่การ
พิจารณา จนกว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส
. ส่วนใหญ่ของพรรค Republican   ยังเร็วเกินไปที่จะทราบว่าเรื่องนี้
จะเป็นอย่างไร   แต่เป็นไปได้ว่า การประชุมของ
FOMC ในเดือน ธันวาคม จะเกี่ยวข้องกับเรื่อง Government
shutdown ด้วย




Source: Nomura , “Policy Watch: October FOMC Recap ( 28 October 2015)”




Investment Research and Investor Services

 

30 October 2015


 

IRIS Economist

 

Nuchjarin Panarode

Analyst Registration