Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Dragon pattern / Chapter 3 ตอนที่ 3 : วงจรการวิเคราะปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา (ช่วงขาลง)

13 กุมภาพันธ์ 58





เรื่อง “การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย” โดยแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกัน 

ตอนที่ 1 = ความหมายและประโยชน์ในการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย
ตอนที่ 2 = วงจรการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา (ช่วงขาขึ้น)
ตอนที่ 3 = วงจรการวิเคราะปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา (ช่วงขาลง)
ตอนที่ 4 = บทสรุปที่ท่านได้รับจากการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย




 CHAPTER  3   Part 3   =  วงจรการวิเคราะปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา (ช่วงขาลง)

Phase 3 : Weak Demand

 

   ในช่วงเฟสสองของขาขึ้น (Distribution phase) แนวโน้มของการเคลื่อนไหวเริ่มจะไม่มีเสถียรภาพ (คล้ายกับขาลงของสามเหลี่ยมพีระมิด ที่ซึ่งผู้ซื้อคนสุดท้ายที่อยู่บนยอดสุดของพีระมิด พยายามลดการถือหุ้นในมือ) ปริมาณการซื้อขายเริ่มลดลง บ่งชี้ถึงอุปสงค์ของหุ้นนั้นๆ ได้ลดลง ส่งผลกระทบต่อการคงแนวโน้มขาขึ้น

 

   เห็นได้ชัดว่าราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นในจังหวะที่ปริมาณการซื้อขายสวนทาง แสดงถึงสภาวะที่ตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้ว  นักลงทุนพึงพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับตามจังหวะของการปรับตัวขึ้น น้อยคนที่จะต้องการขายที่ราคาสูงขึ้นและน้อยคนที่จะต้องการซื้อหุ้นเพิ่มในระดับนี้ การขายจะเป็นในรูปแบบ Sell on rallies 

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับทฤษฏีของ Wyckoff method จะอธิบายได้ดังนี้

Distribution Eventually, the uptrend ends and market enters a distribution phase in which the smart money players sell the remainder of their holding to the public who are still generally anticipating higher prices. Really smart money players might even sell more than they own and go short in this range.

-     เมื่อมีภาพการจบรอบของ UPTREND ทำให้เกิดช่วงของการระบายของ หรือ Distribution phase

-     การระบายของเกิดจาก “นักลงทุนส่วนใหญ่” ยังเชื่อว่าราคาหุ้นเป็นเพียงการพักตัวและจะปรับตัวขึ้นต่อ

-     นักลงทุนบางกลุ่ม / กองทุน เริ่มเปลี่ยนสถานะมาเป็นการเปิด SHORT POSITION บางส่วน

-     ในช่วง Distribution อาจเกิดรูปแบบ Bull trap

-      กรณีที่การเคลื่อนไหวของราคากลับมาอยู่ในกรอบ TRADING RANGE อีกครั้ง (ปริมาณการซื้อขายโดยรวมจะมีไม่มากเท่ากับช่วง Mark up) โดยเฉพาะการเกิดรูปแบบของ ROUNDING TOP แต่กรณีที่เกิดเป็น V-SHAPE ว่าจะมีลักษณะแรงขายจะออกมามากและมีอัตราเร่ง และปริมาณการซื้อขายจะค่อย ๆ ลดลงโดยราคายังอ่อนตัวและบางครั้งกลับไปที่ฐานเดิม 




Phase 4 : Strong Supply (แรงขายจะปกคลุมทำให้ปริมาณการซื้อขายจากมากมาหาน้อย)

 

    เมื่อราคาของหุ้นนั้น เริ่มอ่อนตัวหลุดต่ำกว่าระดับแนวรับ  จะเริ่มเป็นการเข้าสู่ช่วงเฟสสาม (New downtrend) โดยการเข้าสู่แนวโน้ม Downtrend นี้ จะส่งสัญญาณว่าอุปทานของหุ้น (Selling pressure) เกินกว่าอุปสงค์ของหุ้น (Buying pressure) ที่ถูกกระตุ้นด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียมูลค่าจากการลงทุนไป (Accumulation of fear) หลังราคาเริ่มปรับลดลง

 

    ช่วงแรกของเฟสนี้ จะมีแรงขาย Sell into weakness ขณะที่ยังคงมีแรงซื้อหนุนอยู่บางส่วน สร้างความผันผวนต่อการเคลื่อนไหวของราคา ในท้ายสุดความผันผวนจะสร้างอารมณ์ Fear มากกว่า Greed และปริมาณการซื้อขายที่พุ่งขึ้นใน Downtrend แสดงให้เห็นถึงความกังวลที่มากขึ้นของนักลงทุนในการถือหุ้นที่มีมูลค่าลดลง ส่งสัญญาณ อุปทานจะบดบังอุปสงค์ของหุ้น เป็นการยืนยันต่อ Bearish Sentiment

 

 

เมื่อนำมาเปรียบกับทฤษฏีของ Wyckoff method จะอธิบายดังนี้

 

Mark down: The downtrend that follows distribution. Smart money player who are short will buy back some of their shorts into this weakness. Eventually, the public realizes that higher price are not in their future, so they panic and sell their positions. This panic, more often than not, marks the end of the downtrend. 

 

Real downtrends begin out of this environment of optimism or complacency. Eventually, it becomes clear that the declines are a little steeper than expected and some longs begin to unwind their positions, adding to the selling pressure. The mood of the market changes from optimism to disappointment, and aggressive shorts my ever begin to show some teeth as they make larger profits on each successive decline. Bounces fall short of previous highs, and people begin to sell even more aggressively.


-     การเกิดรูปแบบขาลง มักจะมาจากการหลุดเส้น UPTRENDLINE / และ SUPPORT LINE จากนั้นมีแรงขายกดดัน

-    อารมณ์ของนักลงทุนช่วงแรก ๆ จะยัง “มองโลกในแง่ดี” แต่จะเริ่มเปลี่ยนมาเป็น “ความผิดหวัง และท้อแท้” กับผลของการขาดทุน

-     ในช่วง Mark down ผู้เล่น Future จะอยุ่ในสถานะของการทำ SHORT POSITION

-     การดีดตัวกลับของราคาแต่ละครั้งมียอดสูงที่ขยับลง

-     การเกิด Panic บางครั้งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโอกาสสิ้นสุดของแนวโน้มขาลงได้ (ต้องสังเกต)

-     หลังจากเสร็งสิ้นช่วง Mark down จะตามมาด้วย Accumulation phase ช่วงสะสมอีกครั้ง  (กลับไปพิจารณา Phase 1 นั่นเอง) 

ยกตัวอย่าง MCOT 

MCOT

แล้วเจอกันในบทสรุปฉบับหน้านะครับ

 

สำหรับคำสอนวันนี้

เดินตามรอยอดีต ทำให้พบความทรงจำ

เดินตามรอยอนาคต ทำให้พบความหวัง

เดินตามรอยปัจจุบัน ทำให้พบความจริง  

พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ