Blog Economics  โดย คุณตา นุชจรินทร์ Blog Strategy โดย คุณเอส กรภัทร Blog Fundamental โดย คุณเพลิน เพลินใจ Blog Technical โดย คุณชัย คณฆัส
NOMURA IRIS TEAM BLOGS

Dragon pattern / Chapter 3 ตอนที่ 1 : การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย

05 มกราคม 58





CHAPTER  3   Part 1   =   Volume Analysis
 

สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ เริ่มต้นปีด้วยบทความเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค

ว่าด้วยเรือง “การวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย” โดยแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกัน

ตอนที่ 1 = ความหมายและประโยชน์ในการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย
ตอนที่ 2 = วงจรการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา (ช่วงขาขึ้น)
ตอนที่ 3 = วงจรการวิเคราะปริมาณการซื้อขายเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคา (ช่วงขาลง)
ตอนที่ 4 = บทสรุปที่ท่านได้รับจากการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขาย



เรามาเริ่มต้นตอนที่ 1 กันนะครับ

Volume คือ ปริมาณการซื้อขายของหุ้น โดยความสัมพันธ์ระหว่างราคากับปริมาณการซื้อขาย มีข้อสังเกตดังนี้


ความสัมพันธ์ในแง่บวก

1. เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเวลาก่อน และปริมาณการซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นการสนับสนุนการขึ้นของราคา
2. เมื่อราคาที่พุ่งสูงขึ้น ต่อมามีการปรับตัวลง หากปริมาณการซื้อขายปรับตัวลดลงด้วย จะเป็นการแสดงถึงการลดลงชั่วคราวของราคา ก่อนที่จะมีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอีกครั้งหนึ่ง
3. การขายอย่างตื่นตระหนก (Panic sell) เกิดขึ้นจากราคาที่มีการลดลงมาเป็นระยะเวลานาน และต่อมาราคาตกดิ่งลงในขณะที่ VOLUME กลับเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นช่วงวิกฤติการขาย SELLING CLIMAX จะเป็นจุดจบของ Bear market


ความสัมพันธ์ในแง่ลบ

1. เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเวลาก่อน แต่ปริมาณการซื้อขายกลับลดลง จะเป็นการค้านการขึ้นของราคา
2. เมื่อราคาที่ลดลง ต่อมามีการปรับตัวขึ้น แต่หากปริมาณการซื้อขายลดลง จะเป็นการค้านการขึ้นของราคาในขณะนั้น
3. เมื่อราคาวิ่งขึ้นกลับไปที่จุดสูงเก่า แต่ VOLUME ไม่มากเท่ากับ VOLUME ของจุดสูงเก่า จะเป็นการค้านการขึ้นของราคา และอาจนำไปสู่การปรับตัวลงของราคาในช่วงต่อไป
4. เมื่อราคากับ VOLUME ขึ้นไปด้วยกันช้า ๆ จนถึงระดับหนึ่งแล้ว ราคาวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วโดย VOLUME สูงมากขึ้นผิดปกติ และถ้าหลังจากนั้นราคาเริ่มลดลต่ำลง จะถือว่า ณ จุดนั้นเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มจากขึ้นเป็นลง
5. ถ้าราคาสูงขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน และเมื่อมาถึงจุดที่ราคาขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ VOLUME กลับยังคงสูงมาก จะเป็นสัญญาณเตือนว่ามีการขายระบายหุ้นออกในลักษณะของการโยนหุ้ (มีการซื้อขายกันระหว่างกลุ่มเพ่อไม่ให้ราคาต่ก) ซึ่งอาจนำไปสูงการปรับตัวลงของราคาในช่วงต่อไป

ตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบราคาเมื่อเทียบกับปริมาณการ ซื้อขาย (ทฤษฏีและภาคปฏิบัติ) มีดังนี้



uptrend

downtrend

bulish flag

bearish pennant

bearish wedge

head and shoulders

bullish wedge

bullish pennant

bearish flag

double top

triple top

head and shoulders

double bottom

two moving averages

rounding bottom two moving averages



  สรุปการวิเคราะห์เชิงปริมาณการซื้อขาย มีคำนิยาม คือ
ส่วนต่างระหว่างปริมาณหุ้นที่เสนอโดยผู้ขายเทียบกับปริมาณหุ้นของที่เสนอโดยผู้ซื้อ
เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดราคาเปลี่ยนแปลง

การวิเคราะห์เชิงปริมาณซื้อขาย
จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวโน้มของราคา (Price trends) และข้อมูลปริมาณการซื้อขายที่สอดคล้องกัน (Corresponding volume information)

Bernando and Judd (1996) ได้อธิบายถือความสัมพันธ์ว่า ข้อมูลปริมาณการซื้อขาย เป็นข้อมูลที่สำคัญในการวิเคราะห์ดังกล่าว เนื่องจาก การวิเคราะห์ด้านราคาอย่างเดียวไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความชัดเจนของสัญญาณซื้อขายและความแม่นยำได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้น การวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายพร้อมกัน จะสามารถชี้นำถึงสัญญาณการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั้นๆ ในอนาคตได้ ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นบวกหรือลบก็ตาม

หน้าที่ของตลาดแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ เปรียบเสมือนการประมูล โดยปริมาณการซื้อขายที่ถูกซื้อจะจับคู่กับปริมาณการซื้อขายที่ถูกขาย เมื่อราคาปรับขึ้น การเคลื่อนไหวขาขึ้นสะท้อนถึงอุปสงค์ที่มากกว่าอุปทาน (Buyers control) เช่นกันกับ เมื่อราคาลดลง การเคลื่อนไหวขาลงสะท้อนถึงอุปทานมากกว่าอุปสงค์ (Sellers control) นอกจากนี้ นักลงทุนจะยังรู้ว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง แนวโน้มจะอยู่ในรูปแบบเชิงอุปสงค์หรืออุปทาน หรือเป็นการสะสมหรือแจกจ่าย ไม่ว่าแนวโน้มจะเป็นในรูปแบบ ขาขึ้น ขาลง หรือออกด้านข้าง ปริมาณการซื้อขายจะเป็นแรงผลักดันที่สนับสนุนทิศทางการเคลื่อนไหวเหล่านั้น

ปริมาณการซื้อขาย สาธิตให้เห็นถึงความจริงต่อพลังที่อยู่เบื่องหลังของอุปทานและอุปสงค์
Volume validates Price (ปริมาณการซื้อขายเป็นเครื่องมือแสดงเหตุผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคา)
Volume liberates liquidity (ปริมาณการซื้อขายเป็นเครื่องมือที่สร้างสภาพคล่องในการซื้อขาย)
Volume substantiates information (ปริมาณการซื้อขายเป็นเครื่องมือที่สร้างอิทธิพลต่อด้านพื้นฐานต่อข้อมูล)
Volume reveals convictions (ปริมาณการซื้อขายเป็นเครื่องมือแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น)
Volume expresses interest and enthusiasm(ปริมาณการซื้อขายเป็นเครื่องมือที่สะท้อนความสนใจและความกระตือรือร้น)
Volume denotes the disparity of opinions (ปริมาณการซื้อขายเป็นเครื่องมือที่บ่งบอกถึงความเห็นที่ต่างกัน)
Volume is the fuel of the market (ปริมาณการซื้อขายแสดงถึงพลังการขับเคลื่อนให้แต่ตลาด)
Volume exposed the truth (ปริมาณการซื้อขายไม่โกหก)
Volume is the cause (ปริมาณการซื้อขายเป็นสาเหตุมากกว่าที่แสดงเป็นผล)
Volume gives rise to velocity (ปริมาณการซื้อขายทำให้เกิดอัตราเร่ง)



สำหรับพุทธศาสนสุภาษิตฉบับนี้   =  ททมาโน ปิโย โหติ แปลว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก”

Happy New Year 2558   =   สุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุขจงมีกับท่านผู้อ่านครับ

......

แล้วเจอกันกับ Chapter 3  Volume Analysis   ตอน 2   นะครับ